เป็นครั้งแรกที่ได้เจอกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาของเพื่อนในห้องหลังจากที่ได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยกันไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย วันนั้นกว่าจะมากันครบปาไปเกือบหนึ่งทุ่ม นัดกันที่ร้านหมูกระทะชบาตรงซีคอนฯ ตอน 5 โมงซึ่งร้านเปิดพอดี กลุ่มเราเป็นกลุ่มแรกที่ไปถึงพนักงานร้านต้อนรับอยู่หน้าประตูถามว่ากี่ที่เพื่อนที่มาด้วยกันคนหนึ่งตอบไปว่า 20 ที่ตอนแรกยืนคิดกันอยู่ว่าจะเอากี่ที่แต่คิดว่าคงไม่เกิน 20 ที่ก็เลยสั่งไปแบบนั้น กลุ่มเราซึ่งมีกัน 8 คนก็เดินเข้าไป พนักงานสามสี่คนก็ลากโค๊ะตรงโน้น ตรงนี้มาต่อกันยกใหญ่จนได้ยี่สิบที่นั่ง ซึ่งมองดูแล้วมันยาวมากทีเดียว พอวางพวกกระเป๋าและสัมภาระอื่นๆที่เพื่อนแต่ละคนเอาติดตัวมาไว้ที่เก้าอี้นั่งแล้วก็เดินแยกกันไปตักเนื้อ และของทะเลมา เรากับเพื่อนอีกคนไปเอาซูชิแบบว่าเลือกกันใหญ่เพราะมันน่ากินมาก เสร็จแล้วก็เดินกลับมาที่โต๊ะนั่งกินไอ้ที่ไปเอามานั่นแหละส่วนคนอื่นที่ไปตักเนื้อมาก็จัดการย่างกันทันเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาแต่อย่างใด ส่งกลิ่นหอมกันยกใหญ่ พอมันสุกปุ๊บเราก็จัดการคีบมาวางในจานตัวเองทันทีแบบไม่ต้องเสียเวลาในการถามว่าเนื้อนี้ของใคร แอบทำเนียนไปซะอย่างนั้นคนย่างเลยโวยออกมายกใหญ่แต่ทำไงได้หมูมันเข้าไปวิ่งเล่นอยู่ในท้องเราแล้วเรียบร้อย ผ่านไปสักพักเพื่อนๆเริ่มทยอยกันเดินทางมาถึงกันมากขึ้น เห็นแต่ละคนเปลี่ยนไปจนแทบจะจำไม่ได้ก็มีทั้งๆที่เวลาเพียงสามสี่เดือนเอง รู้สึกราวกับว่าผ่านไปเป็นปีแน่ะ อย่างเอกพันเนี่ยก่อนจะปิดเทอมตัวอ้วนกลมพอมาเจอกันอีกทีตอนนี้ทำไมหุ่นมันดูเพรียวขึ้นอย่างกับคนละคนก็ไม่รู้ได้เล่นเอาเพื่อนๆงงไปตามๆกันเลยทีเดียว
แต่ก็น่าแปลกใจที่สุดในวันนั้นคือคนที่เป็นคนติดต่อกับทุกคนให้มานัดเจอกันที่นี่นั้นยังไม่ยอมมาสักที มีแต่คนถามหากันจ้าละหวั่นพอมันมาถึงก็รับรู้ได้โดยอัติโนมัติคือน้ำเสียงที่ยังคงแหลมแสบรูหูที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยของมันนั่นเอง วันนั้นเป็นวันที่เราสนุกมาก มีการเอากล้องมาถ่ายรูปกันยกใหญ่ ใครไม่มีก็เอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแทน เรียกว่าสนุกสนานกันน่าดู การมาเจอกันอีกครั้งหลังสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่มีคำว่าห่างเหินระหว่างเพื่อนมาขั้นกลางเลยพวกเรายังคงเฮฮากันเหมือนเดิม และแน่นอนว่างานเลี้ยงแบบไม่ค่อยจะเป็นทางการแบบนี้ก็ต้องที่มีบางคนไม่มาเหมือนกัน ก็รู้สึกเสียดายที่บางคนไม่ได้มาเพราะตอนแรกคิดว่าคงมากันไม่ถึง 20 คนแน่แต่ที่ไหนได้ไปๆมาๆต้องให้พนักงานต่อโต๊ะเพิ่มซะงั้น แถมแม่งานอย่างมินยังสั่งเหล้ามาอีก ซึ่งเราไม่กินแต่บีกินแถมมานั่งอยู่ข้างๆ กลิ่นนี้โชยอย่างบอกใครชวนเวียนหัวได้ดีเป็นบ้าเลย และด้วยความไม่เคยกิน เป็นประเภทอยากรู้อยากเห็นบอกมันว่าขอลองชิมหน่อย บีก็พยักหน้าหงึกๆ จิบไปนิดเดียวเท่านั้นแหละเล่นเอาเกือบอ้วก ถามมันว่ากินเข้าไปได้ไงขมสุดยอด บีตอบกลับมาว่าไม่เห็นจะขมเลยหวานดีออก เราก็เลยเออๆออๆไปรีบกินแป๊ปซี่เข้าไปแทบไม่ทัน สักพักหันไปเห็นหนึ่งนั่งถัดไปหน่อย พร้อมกับขวดสไปล์แบบว่าสีสวยใช้ได้ ไม่เคยกินอีกเช่นกัน ก็เลยไปขอชิมบ้าง เรียกว่ารสชาติเดียวกับเหล้าเมื่อกี้เลย อาการแทบอ้วกไม่ต่างกันก่อนที่จะต้องคีบหมูบนเตามากินเข้าไป แบบยัดกันสุดให้หายขมอ่ะ และแน่นอนอีกว่าหมูบนเตาก็ไม่ใช่เราอีกเช่นกันที่เป็นย่าง 5555
วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2551
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)